เรื่องราวในวันวานของชุมชนพานิชญกรรมแห่งนี้ เป็นที่รู้จักกันดีด้านย่านการค้าที่เคยมีความเจริญทางเศรษฐกิจในอดีต แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใดย่านเก่าวังกรดยังคงสามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีตและให้ความทรงจำแก่ผู้ที่ผ่านมาที่แห่งนี้ได้ ผ่านสถาปัตยกรรมเรือนแถวไม้เก่าแก่ และจากคำบอกเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ของคนในชุมชน  ย่านเก่าวังกรดมีสถานที่สำคัญมากมายให้ได้แวะเข้าไปชม ทั้งร้านค้า ร้านยาสมุนไพร และร้านอาหารที่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะแบบโบราณที่คนพิจิตรและที่อื่น ๆ ต้องมาลิ้มลองให้ได้ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าพ่อวังกลมที่ขึ้นชื่อด้านความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พึ่งและศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองได้เป็นอย่างดี  ทั้งหมดนี้เองที่ทำให้วังกรดเป็นเมืองเก่าที่มีเสน่ห์และทรงคุณค่าแก่การอนุรักษ์ให้รุ่นลูกหลานสืบไป

ประวัติย่านเก่าวังกรด

ย่านเก่าวังกรดตั้งอยู่ในพื้นที่อ.เมือง จ.พิจิตร ห่างจากจากตัวเมืองพิจิตรประมาณ 6 กิโลเมตร อยู่ติดริมแม่น้ำน่านไปทางตะวันออก เป็นย่านพาณิชยกรรมที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง คนส่วนใหญ่ภายในพื้นที่เป็นคนไทยเชื้อสายจีน ที่เข้ามาพำนักและก่อร่างสร้างตัวจากการค้าขาย ในอดีตมีความรุ่งเรื่องด้านการค้าขายอย่างมาก เนื่องจากเป็นจุดตัดทางการคมนาคมทั้งทางบกและทางน้ำ  จนเป็นศูนย์กลางการค้าขายแห่งใหญ่ของพิจิตร เรียกได้ว่าเป็น “เศรษฐกิจการค้า ที่ดีกว่าเมืองพิจิตรเสียอีก

ก่อนจะเป็นตลาดวังกรด

พื้นที่ในบริเวณชุมชนวังกรดเดิมมีชื่อว่า “ชุมชนบ้านท่าอีเต่า” ขึ้นกับตำบลในเมืองหรือตำบลท่าหลวงในปัจจุบัน ก่อนจะกลายมาเป็น “ชุมชนวังกลม” ซึ่งน่าจะมาจากชื่อของห้วงน้ำที่หมุนเป็นวงกลมใกล้บริเวณวัดวงกลม เมื่อมีการก่อตั้งสถานีรถไฟวังกลม ในปี พ.ศ. 2450 ซึ่งชื่อสถานีรถไฟวังกลมไปซ้ำกับสถานีรถไฟในภาคอีสาน จึงมีการเปลี่ยนชื่อเป็นสถานีรถไฟวังกรด และเปลี่ยนชื่อชุมชนตามชื่อสถานีรถไฟเป็นชุมชนวังกรดมาจนถึงปัจจุบัน

ในอดีตชุมชนวังกรดเป็นพื้นที่ทางเกษตรกรรมและการค้าขาย เนื่องจากติดแม่น้ำน่านที่เป็นเส้นทางคมนาคมหลักในสมัยก่อน เมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้มีการสร้างทางรถไฟขึ้นในประเทศไทย ทางรถไฟเส้นทางสายเหนือถูกสร้างตัดผ่านชุมชน ทำให้มีสถานีรถไฟวังกรดเกิดขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชุมชนมีความเจริญทางเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าตัวเมือง ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำไปยังตัวเมือง ทำให้ย่านวังกรดกลายเป็นเมืองท่าระหว่างการค้าทางน้ำและทางบก ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้เล็งเห็นโอกาสของการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ และริเริ่มสนับสนุนให้คนในชุมชนสร้างตลาดขึ้นโดย “หลวงประเทืองคดี” คหบดีในชุมชนที่มีอาชีพรับราชการอัยกา ทำให้เกิดการก่อตั้งเป็นตลาดวังกรดขึ้นมาในปีพ.ศ. 2541 เพื่อเป็นชุมชนค้าขายอย่างจริงจัง

ชุมชนก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

ก่อนที่จะมีการก่อตั้งเป็นตลาดนั้น การตั้งบ้านเรือนของคนในชุมชนน่าจะเป็นแบบกระจายตัวอยู่บนพื้นที่ ในลักษณะคล้ายหมู่บ้านชาวนาในลุ่มน้ำภาคเหนือตอนล่าง ที่มีการประกอบอาชีพทั้งค้าขายและเกษตรเกรรม เมื่อหลวงประเทืองคดีริเริ่มให้มีการสร้างตลาด ลักษณะที่อยู่อาศัยก็เปลี่ยนไปเป็นแบบเรือนแถวไม้ โดยมีทั้งปลูกให้เช่าและปลูกโดยเจ้าของที่ดิน ในระยะแรกลักษณะตลาดเป็นเรือนไม้ตั้งเรียงต่อๆกันตามแนวตะวันออก-ตะวันตก จากบริเวณสถานีรถไฟลงไปยังแม่น้ำน่าน ในปัจจุบันเรียกว่า "ซอยกลาง" เมื่อมีรถไฟจึงมีการสร้างต่อเติมตามพื้นที่ว่างที่มีอยู่ จากหน้าสถานีรถไฟมายังซอยกลาง มีลักษณะเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวซึ่งยังปรากฎให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ก่อนสงครามโลกครั้งที่2 เต็มไปด้วยเรือนแถวไม้อยู่อาศัย และตลาดแผงลอยหน้าสถานีรถไฟซึ่งเป็นบริเวณที่มีการซื้อขายอย่างหนาแน่น ผู้คนขวักไขว่ ตลาดแผงลอยมีลักษณะเป็นแผงลอยไม้สี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงปั้นหยา ด้านทิศเหนือ-ใต้ ยังมีเรือนแถวและแนวถนนสำหรับผู้คนที่ใช้เกวียนเป็นยานพาหนะ และยังเป็นที่ผูกควายและเกวียน สำหรับผู้ที่มาซื้อของและส่งสินค้า เมื่อถึงเวลากลับบ้านจะได้ยินเสียงกระดึงผูกวัวควายดังก้องไปทั่วตลาด

ชุมชนหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตลาดวังกรดเป็นพื้นที่สำคัญที่มีสถานีรถไฟและถนนผ่าน จึงทำให้ถูกโจมตีบ่อยครั้ง จำเป็นต้องมีการสร้างหลุมหลบภัยไว้ในตลาด อบู่บริเวณแถวเหนือ-แถวใต้ในปัจจุบัน หลังสงครามโลกครั้งที่2 การรถไฟไทยได้ทำการรื้อบ้านและตลาดแผงลอยบริเวณหน้าสถานีออกทั้งหมด เพื่อทำการสร้างเรือนแถวไม้สองชั้นบนพื้นที่ของการรถไฟ บริเวณนี้ขาวบ้านเรียกว่า แถวเหนือ-แถวใต้ มาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นพื้นที่ริมแม่น้ำของชุมชน ได้รับการกัดเซาะของตลิ่งแม่น้ำ ทำให้พื้นที่เดิมที่เคยอยู่ริมถูกกัดเซาะเข้ามา จำเป็นต้องรื้อเรือนแถวไม้หลายหลังที่อยู่บริเวณริมตลิ่ง เพื่อสร้างเขื่อนกันการทลายตลิ่ง

วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ในปัจจุบัน

ความเปลี่ยนแปลงทางการคมนาคมและระบบซื้อขายแบบสมัยใหม่ ทำให้เศรษฐกิจของตลาดวังกรดซบเซาลงอย่างรวดเร็ว ในช่วง 10-20 ปีที่ผ่านมาการค้าที่ซบเซา ทำให้ลูกหลานชาวตลาดส่วนใหญ่ไปหางานทำนอกพื้นที่ บางร้านเลิกกิจการไป หรือย้ายไปเปิดกิจการในตัวเมืองพิจิตร แต่ก็ยังคงเหลือไว้ซึ่งร้านค้าที่ดำเนินกิจการต่อเนื่องกันมาตั้งแต่อดีต และมีชื่อเสียงจนสามารถดึงดูดลูกค้าจากตัวเมืองพิจิตรเข้ามาหาซื้อของได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารสูตรโบราณที่หาทานได้ยาก ยังมีสถานที่สำคัญในตลาดวังกรด เช่น ศาลเจ้าพ่อวังกลม บ้านหลวงประเทืองคดี โรงหนังมิตรบรรเทิง เป็นต้น อีกทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวของย่านเก่าวังกรด ข้าวของเครื่องใช้ที่เคยใช้ในอดีตยังมีให้เห็นและยังถูกใช้งาน แม้ว่าจะยุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตามย่านเก่าวังกรดก็นี้ยังเต็มไปด้วยความผูกพันและอยู่ในความทรงจำของผู้คนชาวพิจิตร

เพลง วังกรดก้าวไกล

เว็บไซต์นี้จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อบราวเซอร์ของท่านสามารถอ่าน HTML5 ได้ หากท่านมีปัญหาในการรับชม ท่านอาจจำเป็นต้องอัพเดทบราวเซอร์ของท่านเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด